ขั้นตอนการขอใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน

ท่านที่ต้องการมีอาวุธปืนไว้เพื่อป้องกันทรัพย์สิน หรือป้องกันชีวิตตนเองและครอบครัว การขอมีอาวุธปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นสิ่งที่ท่านต้องรู้และปฏิบัติให้ถูก เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง มาดูกันครับว่าถ้าจะมีอาวุธปืนเป็นของตนเองสักกระบอกหนึ่งนั้น จะต้องทำอย่างไรบ้าง

คุณสมบัติของผู้ขออนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน
– บรรลุนิติภาวะ
– สภาพร่างกายปกติไม่พิการหรือทุพพลภาพ
– ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
– มีชื่อในทะเบียนบ้านและมีถิ่นที่อยู่ประจำในท้องที่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
– ไม่เคยต้องโทษจำคุกคดีอาญา

เอกสารประกอบคำขออนุญาต/การขออนุญาตซื้อปืนและเครื่องกระสุนปืน
ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการอื่นๆ หรือพนักงานองค์กรของรัฐ

– บัตรประจำตัวข้าราชการหรือพนักงาน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
– ทะเบียนบ้าน(ฉบับจริง พร้อมสำเนา)
– หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชารับรองตำแหน่งหน้าที่ เงินเดือน ความประพฤติ และเหตุผลความจำเป็นที่ขออนุญาต ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
– ผู้ออกหนังสือรับรองต้องเป็น ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ระดับผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่าขึ้นไป
– ข้าราชการตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่าขึ้นไปไม่ต้องมีหนังสือรับรอง
– หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน

ข้าราชการทหารหรือตำรวจ
– บัตรประจำตัวข้าราชการหรือพนักงาน (ฉบับจริงพร้อมสำเนา)
– ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริง พร้อมสำเนา)
– หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชารับรองตำแหน่งหน้าที่ เงินเดือน ความประพฤติ และเหตุผลความจำเป็นที่ขออนุญาต ที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
– ผู้ที่ออกหนังสือต้องเป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดที่มียศตั้งแต่พันเอกหรือพันตำรวจเอกขึ้นไป
– ผู้มียศตั้งแต่พันเอกหรือพันตำรวจเอกขึ้นไปไม่ต้องมีหนังสือรับรอง
– หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน

ประชาชนทั่วไป หรือผู้ประกอบอาชีพอื่น
– บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง พร้อมสำเนา)
– ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริง พร้อมสำเนา)
– หลักฐานการประกอบอาชีพ อาทิเช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือร้าน
หากเป็นลูกจ้างหรือรับจ้างต้องมีหนังสือรับรองตำแหน่งหน้าที่ เงินเดือน จากผู้ที่มีอำนาจจัดการของกิจการนั้น หรือเจ้าของแล้วแต่กรณี
หากมิได้มีอาชีพรับจ้างต้องมีเอกสารประกอบตามที่อ้างอิง อาทิเช่น ทำสวน ทำไร่ ติดต่อค้าขายที่ หรือค้าขายย่อย หรือเร่ขาย โดยไม่ได้จดทะเบียน ต้องนำหลักทรัพย์ เช่น โฉนดที่ดิน เงินฝากธนาคาร (Statement) หรือหลักฐานอื่นเพื่อประกอบการพิจารณา
– หนังสือรับรองความประพฤติและเหตุผลความจำเป็นที่ขออนุญาตจากข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไป หรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป
– พิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติ และสืบสวนความประพฤติ
– หากขออนุญาตเพื่อการกีฬาจะต้องนำหลักฐานการเป็นสมาชิกสนามยิงปืนมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 วัน มาประกอบการพิจารณา
– หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน

การขออนุญาตซื้ออาวุธปืนจากบุคคล
– หลักฐานเอกสารเช่นเดียวกับการขออนุญาตซื้อปืนและเครื่องกระสุน
– สำเนาบัตรประจำตัวและทะเบียนบ้านของผู้โอน พร้อมใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) ฉบับจริงของอาวุธปืนที่จะโอน
– ผู้โอน(เจ้าของเดิมกับผู้ขอรับโอน) ต้องบันทึกการยินยอมการโอนต่อหน้านายทะเบียนไว้ในหลังใบอนุญาต(ป.4) ว่าโอนปืนกระบอกนี้ ให้ใคร มีค่าตอบแทนเท่าใด หรือโอนไม่คิดค่าตอบแทน เนื่องจากอะไร แล้วลงนามไว้เป็นหลักฐาน พร้อมผู้รับโอนลงนามไว้ด้วย
– หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน
– หากขออนุญาตเพื่อการกีฬาจะต้องนำหลักฐานการเป็นสมาชิกสนามยิงปืนมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 วัน มาประกอบการพิจารณา
– นำอาวุธปืนที่ขอรับโอนไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในวันที่ยื่นคำร้อง

การขอรับโอนอาวุธปืนมรดก (เจ้าของปืนตาย)
– ผู้ที่มีอาวุธปืนหรือใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน(ป.4) อยู่ในครอบครองต้องแจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ตายพร้อมนำใบอนุญาต(ป.4) และอาวุธปืนมอบให้นายทะเบียนด้วย
– ใบมรณบัตร พร้อมสำเนา
– สำเนาคำสั่งศาลกรณีศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก
– ถ้ามีผู้จัดการมรดกเสนอได้เลย
– ถ้าไม่มีผู้จักการมรดก ต้องสอบทายาททั้งหมด ว่ายินยอมสละปืนแล้วเสนอนายทะเบียนฯ
– ผู้ขอรับโอนปืนมรดก นำหลักฐานเอกสารประกอบคำร้อง เช่นเดียวกับการขอรับโอนอาวุธปืนจากบุคคล มายื่นต่อนายทะเบียนท้องที่พร้อมเอกสารข้างต้น
– หลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืน
– นำอาวุธปืนที่ขอรับโอนไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในวันที่ยื่นคำร้อง

การแจ้งการย้ายอาวุธปืน
– ต้องยื่นคำร้องขอย้ายอาวุธปืนต่อนายทะเบียนท้องที่เดิม และนายทะเบียนท้องที่ซึ่งย้ายไปอยู่ใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่ วันย้ายออกไปและวันที่ไปถึง
– ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริง พร้อมสำเนา)
– บัตรประจำตัว (ฉบับจริง พร้อมสำเนา)
– นำอาวุธปืนไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
– ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

การออกใบแทนหรือคัดสำเนาใบอนุญาตอาวุธปืน
– ทะเบียนบ้าน (ฉบับจริง พร้อมสำเนา)
– บัตรประจำตัว (ฉบับจริง พร้อมสำเนา)
– กรณีใบอนุญาตสูญหาย แจ้งความสถานีตำรวจท้องที่ที่ใบอนุญาตหาย แล้วนำใบแจ้งความพร้อมคัดสำเนาประจำวันด้วย
– นำอาวุธปืนไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

อัตรค่าธรรมเนียมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน
1. ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน
– ปืนยาวประจุปาก ปืนอัดลม ฉบับละ 100 บาท
– ปืนอื่นๆ ฉบับละ 500 บาท
2. ใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ฉบับละ 1,000 บาท
3. ใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน กระบอกละ 5 บาท
4. ใบอนุญาตให้ซื้อกระสุนปืน นอกจากกระสุนอัดลม 1 บาท ร้อยละหรือเศษของร้อย
5. ใบแทนใบอนุญาต
– ใบแทนใบอนุญาติให้ทำ ค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด ฉบับละ 20 บาท
– ใบแทนใบอนุญาตให้ประกอบซ่อมแซม หรือเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฉบับละ 15 บาท
– ใบแทนใบอนุญาตอื่นๆ ฉบับละ 5 บาท

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaicop.blogspot.com

Related Articles

Latest Articles